iPhone 16 Plus stuck on update request
iphone 16 plus stuck on update request
iPhone XS Max, iOS 17
iphone 16 plus stuck on update request
iPhone XS Max, iOS 17
เมื่อ iPhone ค้างที่หน้า "ส่งคำขออัปเดตแล้ว" (Update Requested) หรือไม่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านได้ สามารถแก้ไขตามขั้นตอนเรียงจากวิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดได้ดังนี้
**บังคับปิดแอป Settings แล้วเปลี่ยนเครือข่าย Wi-Fi**
*วิธีที่ง่ายที่สุด*
ปัดหน้าจอจากด้านล่างขึ้นมาเพื่อเปิด App Switcher แล้วปัดแอป Settings (การตั้งค่า) ขึ้นเพื่อปิด จากนั้นลองสลับไปใช้เครือข่าย Wi-Fi ที่มีความเสถียร หรือลองปิด-เปิด Wi-Fi ใหม่
วิธีเช็กว่าสำเร็จไหม: เปิดแอป Settings > General > Software Update อีกครั้ง เพื่อดูว่าระบบเริ่มดาวน์โหลดหรือไม่**บังคับรีสตาร์ทเครื่อง (Force Restart)**
*ล้างแคชระบบ*
กดและปล่อยปุ่ม เพิ่มเสียง อย่างเร็ว 1 ครั้ง -> กดและปล่อยปุ่ม ลดเสียง อย่างเร็ว 1 ครั้ง -> กดปุ่ม ด้านข้าง (Power) ค้างไว้ จนกว่าโลโก้ Apple จะปรากฏขึ้นมา แล้วจึงปล่อยมือ
วิธีเช็กว่าสำเร็จไหม: เมื่อเครื่องเปิดกลับขึ้นมา ให้เข้าไปที่หน้า Software Update แล้วลองกดอัปเดตอีกครั้ง**ลบไฟล์อัปเดตเดิมแล้วดาวน์โหลดใหม่**
*แก้ปัญหาไฟล์เสีย*
ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > General (ทั่วไป) > iPhone Storage (พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPhone) หาไฟล์ iOS Update ที่ดาวน์โหลดค้างไว้ แตะเข้าไปแล้วเลือก Delete Update (ลบรายการอัปเดต)
วิธีเช็กว่าสำเร็จไหม: ย้อนกลับไปที่หน้า Software Update แล้วลองกดสั่งดาวน์โหลดใหม่อีกครั้ง**อัปเดตผ่านคอมพิวเตอร์ (Mac หรือ PC)**
*วิธีสำรองที่มีประสิทธิภาพ*
เชื่อมต่อ iPhone เข้ากับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB เปิด Finder (บน Mac) หรือ Apple Devices / iTunes (บน Windows) เลือกอุปกรณ์ของคุณ แล้วกด Check for Update (ตรวจหาการอัปเดต)
วิธีเช็กว่าสำเร็จไหม: ดูแถบสถานะบนคอมพิวเตอร์ว่าดำเนินการเสร็จสิ้น และ iPhone รีบูตเข้าหน้าจอปกติพร้อม iOS เวอร์ชันใหม่หรือไม่
เมื่อ iPhone ค้างที่หน้า "ส่งคำขออัปเดตแล้ว" (Update Requested) หรือไม่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านได้ สามารถแก้ไขตามขั้นตอนเรียงจากวิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดได้ดังนี้
**บังคับปิดแอป Settings แล้วเปลี่ยนเครือข่าย Wi-Fi**
*วิธีที่ง่ายที่สุด*
ปัดหน้าจอจากด้านล่างขึ้นมาเพื่อเปิด App Switcher แล้วปัดแอป Settings (การตั้งค่า) ขึ้นเพื่อปิด จากนั้นลองสลับไปใช้เครือข่าย Wi-Fi ที่มีความเสถียร หรือลองปิด-เปิด Wi-Fi ใหม่
วิธีเช็กว่าสำเร็จไหม: เปิดแอป Settings > General > Software Update อีกครั้ง เพื่อดูว่าระบบเริ่มดาวน์โหลดหรือไม่**บังคับรีสตาร์ทเครื่อง (Force Restart)**
*ล้างแคชระบบ*
กดและปล่อยปุ่ม เพิ่มเสียง อย่างเร็ว 1 ครั้ง -> กดและปล่อยปุ่ม ลดเสียง อย่างเร็ว 1 ครั้ง -> กดปุ่ม ด้านข้าง (Power) ค้างไว้ จนกว่าโลโก้ Apple จะปรากฏขึ้นมา แล้วจึงปล่อยมือ
วิธีเช็กว่าสำเร็จไหม: เมื่อเครื่องเปิดกลับขึ้นมา ให้เข้าไปที่หน้า Software Update แล้วลองกดอัปเดตอีกครั้ง**ลบไฟล์อัปเดตเดิมแล้วดาวน์โหลดใหม่**
*แก้ปัญหาไฟล์เสีย*
ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > General (ทั่วไป) > iPhone Storage (พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPhone) หาไฟล์ iOS Update ที่ดาวน์โหลดค้างไว้ แตะเข้าไปแล้วเลือก Delete Update (ลบรายการอัปเดต)
วิธีเช็กว่าสำเร็จไหม: ย้อนกลับไปที่หน้า Software Update แล้วลองกดสั่งดาวน์โหลดใหม่อีกครั้ง**อัปเดตผ่านคอมพิวเตอร์ (Mac หรือ PC)**
*วิธีสำรองที่มีประสิทธิภาพ*
เชื่อมต่อ iPhone เข้ากับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB เปิด Finder (บน Mac) หรือ Apple Devices / iTunes (บน Windows) เลือกอุปกรณ์ของคุณ แล้วกด Check for Update (ตรวจหาการอัปเดต)
วิธีเช็กว่าสำเร็จไหม: ดูแถบสถานะบนคอมพิวเตอร์ว่าดำเนินการเสร็จสิ้น และ iPhone รีบูตเข้าหน้าจอปกติพร้อม iOS เวอร์ชันใหม่หรือไม่
iPhone 16 Plus stuck on update request